28 March - 3 April 2005

ปุ๊กลุกไม่ยอมให้ไป
มานั่งทับรองเท้าเอาไว้
สุดท้ายฉันก็ไม่ได้เอารองเท้าคู่นี้ไป
ทิ้งเอาไว้ให้ปุ๊กลุกนอนกอดยามคิดถึง
ถึงJohannesburg
ฉันมาประชุมที่นี่
เป็นครั้งแรกที่มาทวีปแอฟริกา
Johannesburg เป็นเมืองแห่งความทรงจำของชาวพื้นเมือง
ช่วงหนึ่งเมืองแห่งนี้เป็นที่ห้ามเข้าของบรรดาชนผิวดำ
เข้ามาทำงานได้แต่ต้องมีบัตรและต้องออกไปก่อนพระอาทิตย์ตกดิน
เมืองของตัวเอง..แต่ไม่มีสิทธิ
เป็นเมืองเหยียดผิวที่ต้องต่อสู้กันยาวนาน
ไม่นานมานี้เพิ่งยกเลิกกฏการแบ่งแยกสีผิว
แต่เมืองนี้ก็กลายเป็นของคนขาวอยู่ดี
ถ่ายจากบนรถทัวร์
มีกฏว่าห้ามลงจากรถโดยไม่มีคนท้องถิ่นไปด้วย
ห้ามสะพายกระเป๋า
ห้ามถือกล้องเดินเล่น
ฉันไม่ได้ภาพสวยๆ จากเมืองนี้เท่าไหร่
เพราะกฏรักษาความปลอดภัยมากเหลือเกิน
ลานกว้างเอาไว้จัดกิจกรรม
เวลาเราเดินไปเป็นกลุ่มๆ
จะมีคนรุมมอง
ยิ่งหน้าตาเอเชียอย่างฉัน
ยิ่งตกเป็นเป้าสายตา
เขาว่า.."หน้ามันแปลกดี"
ดูการร้องเพลงของเด็กเมืองนี้
ดนตรีคือชีวิต
ร้องเพลงออกมาจากหัวใจ
คร่ำครวญ..เร้าใจ...
บางทีทำเอาฉันขนลุก
เวลาเต้น เขาก็เต้นสุดเหวี่ยง
เต้นออกมาจากวิญญาณข้างใน 
เด็กคนนี้มาดูการแสดงเหมือนกัน
แต่คงเห็นฉันหน้าแปลกน่าดูกว่า
เลยเอาแต่มองและยิ้มให้
ระหว่างทางมีรูปขายเต็มไปหมด..
เสียดายไม่ได้ลงไปดู
Apartheid Museum
เป็นพิพิธภัณฑ์เลื่องชื่อของที่นี่
แสดงประวัติอันยาวนานของการต่อสู้เพื่อให้ยกเลิกกฏการแบ่งสีผิว
ฉันเดินดูบางทีก็จะร้องไห้
มีทั้งวีดีโอ ภาพถ่าย เสียงร้อง
แต่พอดูจบ...ฉันก็น้ำตาซึมอีกรอบ
ชัยชนะที่รอคอยของคนที่นี่..
ต้องแลกมาด้วยเลือดและน้ำตา
ทางเดินเข้า...
เป็นกระจกบานใหญ่ๆ เท่าตัวคน
แสดงการเดินทางของแต่ละคน
สีผิวต่างกัน
แต่ก็คนเหมือนกัน
การเดินทางครั้งนี้ ฉันได้เห็นเมืองน้อยมาก
เพราะฉันอยู่ในห้องประชุมตลอดเวลา
และเพราะเขาไม่ยอมให้ฉันออกไปไหน
ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
ฉันสัญญากับตัวเองว่าวันหน้า
จะแอบหนีออกไปเที่ยวเอง
แล้วจะต่อไป Cape Town ด้วย